ตอนที่เรื่มเรียนภาษาฝรั่งเศส เวลานั้นยังไม่ทราบแม้แต่การอ่าน อา เบ เซ เด เลย ทุกคนที่เรื่มเรียนทักษะการพูดภาษาอังกฤษต้องไปที่สมาคมฝรั่งเศส สมัยนั้นราคาค่าเรียนเทอมละ 700 บาท สมาคมฝรั่งเศสยังมีรั้วไม้ระแนงสียาวสูงไม่มากสัก50 เซนติเมตร มีต้นลั่นทมดอกสีขาวติดริมรั้ว ต้องยืมเงินพี่ชายไปเรียน เพราะพ่อกับแม่ไม่อนุญาต เนืองจากไม่มีคนเรียนกัน ไม่มีนักเรียนสายวิทย์คนไหนไปเรียนภาษาฝรั่งเศสกันนัก กว่าจะคืนเงินพี่ชายได้ก็เป็นเวลาเกือบปีให้หลัง ด้วยลืมไปแล้ว จึงไม่อยากรับชำระหนี้ ยกประโยชน์ให้ลูกหนี้ไป เรียนได้1ปี ก็หยุดไปสามปี เพื่อให้จบนิติฯรามคำแหง จากนั้นรอจังหวะมาลงอีกหลังจากจบการอบรมทนายความ ฝึกงานและทำงานไป จนไปฝรั่งเศส แต่ว่าก่อนไป ได้จ้างอาจารย์สอนด้านการอ่านและความเข้าใจ
ไปถึงฝรั่งเศส สอบเทียบระดับได้ขั้นต้น แต่พอเรียนไป อาจารย์เห็นว่าอ่านได้ ควรไปอยู่ระดับกลางเลย แต่ขอมาเรียนให้แน่นๆดีกว่า ยากน่ะซิ พูดๆๆๆๆ กับทีวีทุกวัน เพราะไม่มีเพื่อนฝรั่งพูดด้วย เวลานั้นภาษาอังกฤษยังดีอยู่ แต่ทำเป็นลืมๆนอกจากเวลาใช้งาน คือเวลาโกรธพวกฝรั่งเศสไง ต้องตะคอก เอ้ย พูดภาษาอังกฤษให้ฟังไม่ทันไปเลย เขาไม่รู้เรื่อง เลยต้องยอมทำประกันให้ อ้างโน่น อ้างนี่ ซึ่งคิดว่าเราโง่
อยู่เรียนภาษาไป พอพูดได้ ไม่กล้าออกไปหางานพิเศษทำเพราะกลัวพูดไม่รู้เรื่อง ยิ่งพวกเยาชอบย่มเรานัก เอาไว้แล้วจะเล่าต่อ หากคุณเรียนภาษาวันนี้ ก็เพื่อได้ใช้วันหน้าในอีก10ปี ก็ไม่สาย แต่ใช้การได้เร็ว คุณได้เปรียบ แต่ขอให้ได้จริง อย่าแค่พอพูดรู้เรื่อง เพราะรู้เรื่องนั้นแค่ขอข้าวกินได้คงไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะใครๆก็ทำกันได้ จริงไหม วันนี้ เป็นเวลา 15ปีแล้วที่เรียนและทบทวนภาษามาตลอด เพราะเราเรียนและใช้เพื่อตัวเอง รวมทั้งได้ใช้ช่วยเหลือสังคมและงานอาชีพนักกฏหมายและล่ามธุรกิจ
ผู้ที่เรียนภาษา หากคุณเรียนด้วยใจรัก ด้วยอาชีพหรืออื่นใด คงไม่ลืมมัน การอ้างว่าไม่ได้ใช้คงไม่เป็นเหตุผลหลัก เพราะตราบใดที่คุณเขียนเป็น ฟังได้อยู่ พูดได้อยู่ คุณก็สามารถใช้ภาษาได้ตลอดเวลา เพราะว่าการเรียนภาษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับห้องเรียน แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณเรียนและใช้โดยวิธีใด
Friday, January 11, 2008
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment